การกลับมาของผู้ก่อตั้งนาฬิกาข้อมือแบรนด์เนมชั้นเลิศนาม Roger Dubuis

นอกจากการแข่งขันอันดุเดือดของแบรนด์มากมายในอุตสาหกรรมนาฬิกาและการเปิดตัวเพื่อทุบสถิติแล้วสถิติเล่า ยังมีข่าวใหญ่อีกหนึ่งหัวข้อให้เหล่าคนรักนาฬิกาข้อมือได้ชุ่มชื่นหัวใจเมื่อ มร. โรเชร์ ดูบุยส์ ผู้ก่อตั้งนาฬิากาแบรนค์เนมยอดนิยมในชื่อเดียวกันอย่าง Roger Dubuis ได้หวนคืนกลับมายังสังเวียนที่ตนเองเสกสร้างไว้อีกครั้งในฐานะของทูตตัวแทนแห่งแบรนด์และกูรูมากทักษะซึ่งตั้งใจสืบสานศิลปะการประดิษฐ์นาฬิกาชั้นสูงและส่งต่อองค์ความรู้จากรุ่นสู่รุ่น การกลับมาสู่อ้อมอกของครอบครัวเดิมที่ตนเองได้ให้กำเนิดนั้นย่อมอบอุ่นและชวนให้สาวกเรือนเวลาอย่างเราๆ เฝ้าฝันถึงศักยภาพขั้นเทพที่แบรนด์เองจะนำเสนอในอนาคตอันใกล้ หลังจากไม่เคยทำไห้ใครผิดหวังมาตั้งแต่คอลเลคชั่นเปิดตัว

เรามีนัดกับเขา ณ บูติกนาฬิกา Roger Dubuis ก่อนจะได้สัมผัสมือทักทายกับอีกหนึ่งตำนานแห่งวงการนาฬิกาข้อมือท่านนี้ มร.ดูบุยส์และ มร.เกรเกอรี บรูตแต็ง ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายกลไก  รวมถึงทีมงานให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น  หลังจากนั้นบทสนทนาจึงลื่นไหลอย่างเป็นกันเองและกินใจถึงแก่นกลางกลไกเรือนเวลา

ตำนานแห่งวงการนาฬิกาข้อมือแบรนด์เนม

นาฬิกา Roger Dubuis“การเกิดและเติบโตในเจนีวาไม่อาจทำให้คุณหลงรักงานประดิษฐ์นาฬิกาข้อมือแบรนด์เนมได้หรอก" มร.ดูบุยเปิดประเด็นอย่างตรงไปตรงมา  เมื่อเราถามเขาถึงสมการระหว่างทีมช่างและเมืองหลวงของนาฬิการอบโลกที่ผู้คนมักจะนำมาผนวกเข้ากันอยุ่เสมอ "จุดเริ่มต้นของผมต้องย้อนกลับไปตอนสมัยเด็กๆ ช่วงประมาณวัยรุ่น ทุกวันอาทิตย์เพื่อนต่างวัยซึ่งเป็นช่างทำรองเท้าของผมคนหนึ่งจะทำหน้าที่สั่นระฆังที่โบสถ์ เขาแก่มากแล้วปีนขึ้นไปสั่นระฆังไม่ไหว  จึงไหว้วานให้ผมไปทำหน้าที่นี้แทน"

ไม่น่าเชื่อว่าการปีนขึ้นไปบนยอดหอคอยเพื่อสั่นระฆังในวันนั้นได้เปลี่ยนแปลงชีวิตของเด็กหนุ่มคนหนึ่งไปตลอดกาล "มันคือรักแรกพบ" มร.ดูบุยส์ทวนความทรงจำให้ฟัง "การได้เห็นฟันเฟืองกลไกขนาดยักษ์หมุนคว้างทำให้ผมประทับใจ  แม้ว่ามันจะเป็นกลไกที่ไม่ได้สะสวยหรือประณีตอะไรเลยก็ตาม" นับจากนั้นเป็นต้นมา เขาจึงปฎิญาณกับตนเองว่าจะต้องเป็นช่างประดิษฐ์เรือนเวลาให้จงได้ และกล่าวติดตลกอย่างมีไหวพริบว่า "ก็ถ้าคุณนำโบสถ์มาใส่ในนาฬิกาไม่ได้ อย่างน้อยผมก็ขอเรียนรู้เรื่องกลไกแล้วกันนะ”

แล้วระหว่างความงดงามกับกลไกภายในของเรือนเวลาล่ะ สำหรับเขาแล้วสิ่งใดสลักสำคัญกว่ากัน "สำหรับผมแล้วมันคือกลไกครับ นี่คือสิ่งที่ผมรํ่าเรียนและศึกษาหาความรู้มาตลอดชีวิต แต่นาฬิกาข้อมือเรือนหนึ่งๆ นั้นย่อมเป็นส่วนผสมที่ลงตัวของตัวเรือนที่งดงาม กลไกที่เต็มไปด้วยศิลปะ พลังสร้างสรรค์และการคิดค้นเทคโนโลยีใหม่ๆ รวมทั้งยังต้องเคารพในธรรมเนียมปฏิบัติที่สืบต่อกันมาช้านานในวงการช่างประดิษฐ์นาฬิกาอีกด้วย  เมื่อคุณเห็นหรือสวมนาฬิกาข้อมือเรือนหนึ่ง คุณจะสัมผัสได้ถึงอารมณ์ความรู้สึกบางอย่าง และนั่นคือผลจากงานสร้างสรรค์ที่สมบูรณ์แบบ"

เมื่อสนทนากันมาถึงจุดนี้ใครหลายคนคงสงสัยอยู่ในใจลึกๆ ว่าระหว่างกลไกภายในกับงานดีไซน์ภายนอกนั้น  สิ่งไหนเป็นปัจจัยควบคุมกระบวนการผลิตผลงานเรือนเวลาชิ้นหนึ่งขึ้นมา มร.บรูตแต็งร่วมไขความกระจ่างในข้อนี้ "ที่ Roger Dubuis" เราให้ความสำคัญกับกลไกนาฬิกาเป็นอย่างมาก  ดังนั้นเราจึงเลือกออกแบบส่วนของเครื่องจักรกลไกก่อน  แล้วจึงค่อยมาออกแบบตัวเรือนในภายหลัง  ซึ่งต่างจากนาฬิกาข้อมือแบรนด์เนมอีกหลากหลายแบรนด์ที่มีกระบวนการผลิตในทิศทางตรงกันข้าม  โดยพุ่งเป้าไปยังงานดีไซน์และความงดงามของตัวเรือนก่อนหรืออาจจะเพียงอย่างเดียวด้วยซ้ำไป  และทุกครั้งที่เราตั้งใจผลิตนาฬิกาขึ้นมาสักเรือนหนึ่ง เราไม่ได้คิดเพียงว่า 'จะสร้างมันอย่างไร' แต่เราคิดไกลไปถึงขนาดว่า 'จะตกแต่งมันอย่างไร' ต่อไปอีกขั้นหลังจากที่ได้กลไกที่สมบูรณ์แบบแล้ว  นี่นับเป็นอีกขั้นตอนหนึ่งและคำว่ายากไม่ใช่ข้อจำกัดของงานสร้างสรรค์ของเรา"

อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากเรื่องของกลไกและความงดงามของนาฬิกาข้อมือแล้ว มร.ดูบุยส์ยังกล่าวเสริมด้วยว่าสิ่งที่เขาตามหายามสร้างสรรค์นาฬิกาเรือนหนึ่งขึ้นมาคือความสุข  ซึ่งไม่จบลงที่ความสุขของเขาเพียงผู้เดียวหากหมายรวมถึงความสุขใจของผู้ครอบครองเรือนเวลาล้ำค่าของเขาด้วยเช่นกัน "ผมอยากให้ผลงานของผมส่งต่อความสุขไปยังคนอื่นๆ เพื่อให้ผลงานชิ้นนั้นคงอยู่ตราบนานเท่านาน เพราะเมื่อคุณมีความสุขกับสิ่งใดก็ตาม  คุณจะไม่มีวันโยนมันทิ้ง เพราะมันพิเศษและมีคุณค่าทางใจ ส่งผลกับคุณทางความรู้สึกและเป็นส่วนหนึ่งของตัวคุณเอง"

สิ่งที่ซ่อนอยู่ภายในนาฬิกาข้อมือ

แบรนด์นาฬิกาข้อมือ Roger Dubuisเราชายตามองนาฬิกาข้อมืองดงามมากมายซึ่งเรียงรายอยู่ในถาดสีดำเรียบหรู ผลงานแต่ละเรือนวิ่งวนไปตามเวลาและส่งยิ้มกระซิบกระซาบเชิญชวนให้เราเอื้อมมือไปสัมผัสอย่างแผ่วเบา เมื่อพินิจพิเคราะห์ดูใกล้ๆ จะสามารถรู้ได้เองโดยพลันถึงความสลับซับซ้อนของเครื่องยนต์กลไกและที่มาที่ไปของกระบวนการสร้างสรรค์ซึ่งไม่ใกล้เคียงกับคำว่าง่ายเลยสักนิด “ชิ้นที่ยากที่สุดนั้นไม่มีหรอกครับ อย่างเรือนที่สวมอยู่นี้ก็มีความยากอยู่พอสมควร” มร.ดูบุยส์กล่าวด้วยโทนเสียงเรียบง่าย ก่อนจะปลดสายข้อมือออกและยื่นนาฬิกา Perpetual Calendar ส่งมาให้ชม "ในเมื่อเราตั้งมาตรฐานของเราไว้สูง ความคาดหวังมันย่อมสูงตามไปเป็นเงา เราเลือกท้าทายกฎเกณฑ์เดิมและนิยามความเป็นเลิศใหม่ๆ ขึ้นมา เรามีนาฬิกาทูร์บิญงแล้ว  เราจึงท้าทายความยากขึ้นไปอีกขั้นด้วยการสร้างนาฬิกาสองทูร์บิญง ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

ความฝันสร้างยากนะครับ  ยิ่งเมื่อต้องบวกคุณภาพใส่เข้าไปด้วยยิ่งยากเข้าไปใหญ่ แต่ผมเป็นคนชอบความสลับซับซ้อนและก็ไม่มีเหตุผลใดที่เราจะไม่ลองสร้างสิ่งใหม่ๆ ขึ้นมา" ศิลปินทุกรายมักผสานความเป็นตัวตนของเขาผู้นั้นลงในผลงานแต่ละชิ้นบ้างปรากฎเป็นสี บ้างปรากฎเป็นแบบหากชายผู้ก่อตั้งนาฬิกาแบรนด์สุดรักของเขาผู้นี้นิยามได้กินใจว่า "ลายเซ็นต์ของผมคือความรักที่มากกว่ารัก  ผมใส่หัวใจของผมลงไปในหัวใจของเรือนเวลาทุกชิ้น ซึ่งจะเต้นไปตลอดตราบเท่าที่เวลายังคงดำเนินอยู่" ก่อนจะติดตลกอย่างสุขุมเช่นเคยด้วย การทิ้งท้ายประโยคสั้นๆ ว่า "แล้วก็แอบแถมหยาดเหงื่อลงไปด้วยนะ" แล้วจุดเด่นของนาฬิกาแบรนด์ Roger Dubuis เล่าอยู่ที่ตรงไหน “ความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยีลึกล้ำ ธรรมเนียมปฏิบัติที่สืบต่อกันมา ความจัดจ้านชัดเจนของงานดีไซน์ และความเป็นผู้นำ...ไม่ง่ายเลยนะครับที่จะรวมทั้งหมดนี้เข้าไว้ในนาฬิกาทุกเรือน”

ความเชี่ยวชาญของเขามิได้จำกัดอยู่แค่เรื่องของกลไกเพียงเท่านั้น หากด้วยชั่วโมงบินอันยาวนานในโลกอุตสาหกรรมเรือนเวลาและทักษะที่เพิ่มพูนขึ้นตามจำนวนหลักปีทำให้เขารอบรู้ในกระบวนการโดยรวมในด้านอื่นๆ อีกด้วย และนั่นจึงเป็นที่มาของเกร็ดประวัติซึ่งเขาแบ่งปันให้กับเรา “ตราประทับเจนีวา หรือสัญลักษณ์ที่ใช้รับรองคุณภาพนาฬิกาจากกรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์นี้มีที่มาย้อนหลังไปไกลมากโดยมีมูลเหตุสำคัญสองประเด็นคือการต่อสู้กับของลอกเลียนแบบและการมาถึงของเครื่องจักรกล ข้อแรกนั้นชัดเจนด้วยตัวมันเองอยู่แล้วว่าเราต้องการที่จะควบคุมของปลอมและสร้างบรรทัดฐานของระบบการผลิตนาฬิกาข้อมือแบรนด์เนมที่ได้คุณภาพมาตรฐาน ในขณะที่ข้อที่สองอาจมองได้ว่าเป็นความพยายามในการเอาตัวรอดของเหล่าช่างยุคก่อนที่หวั่นเกรงกับการตกงาน อันเนื่องมาจากการผลิตแบบมโหฬารของเครื่องจักร แต่ท้ายที่สุดแล้วนับเป็นผลดีอย่างยิ่งเพราะเราสามารถสงวนไว้ซึ่งบุคลากรเก่งๆ และสามารถรักษาทักษะความรู้ในการประดิษฐ์คิดค้นนาฬิกาจนส่งต่อมาสู่คนรุ่นหลังได้เป็นผลสำเร็จ”

นาฬิกา Roger Dubuisเรือนเวลานั้นมีประวัติน่ารู้ยิบย่อยอีกมาก น้อยคนนักจะทราบว่าหนึ่งในเหตุผลของความเฟื่องฟูของกลไกเลิศล้ำในเครื่องบอกเวลานั้นมีต้นเหตุมาจากการจำกัดเครื่องประดับของนิกายในคริสตศาสนา โดยในอดีตนั้นนักบวชและบาทหลวงได้ต่อต้านการสวมใส่เครื่องประดับ เช่น สร้อยคอ ตุ้มหู สายคาดเอว เพื่อมุ่งให้ความสำคัญกับความเรียบง่ายของชีวิต ดังนั้นช่างฝีมือมากมายจึงสรรหาเทคนิคและศาสตร์ใหม่ๆ และกลไกของนาฬิกานี้เองที่สามารถแฝงกายได้อย่างแยบยลบนข้อมือของผู้คนจำนวนมหาศาลจากอดีตถึงปัจจุบัน

เส้นทางของนาฬิกาแบรนด์เนม

เทรนด์นาฬิกาข้อมือแบรนด์เนมในช่วงนี้เวียนวนอยู่กับ ‘ความใหญ่บนตัวเรือนขนาดบาง' ในขณะที่นาฬิกาข้อมือผู้หญิงเริ่มรุกบุกตลาดเข้มข้นขึ้นกว่าแต่ก่อน ซึ่งมร.บรูตแต็งคาดคะเนว่าเรือนเวลาสไตล์คลาสสิกที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์กลไกที่เต็มอิ่มและกลมกล่อมทางความรู้สึกมีแนวโน้มที่จะได้รับความนิยมในอีกไม่ช้านี้ อย่างไรก็ตามมร.ดูบุยส่อยากฝากข้อคิดคมๆ ไปถึงเหล่านักสะสมนาฬิกาซึ่งเพิ่มขึ้นราวกับดอกเห็ดในปัจจุบันนี้ว่า “เราไม่อาจเรียกนักเล่นนาฬิการุ่นใหม่หลายๆ คนว่า ‘นักสะสม’ ได้เพราะเขาเพียงครอบครองผลงานไว้เท่านั้น แต่กลับไม่เคารพผลงานเหล่านั้น

ด้วยเหตุผลที่แตกต่างกันไป ผมอยากให้นักสะสม ผู้ที่สนใจนาฬิกา หรือแม้แต่บุคลากรในแวดวงนาฬิกาทุกคนเคารพในผลงานแต่ละชิ้น คุณควรจะเข้าใจว่ามันไม่ใช่เพียงเครื่องบอกเวลาหรือสินค้า แต่สิ่งที่คุณสวมอยู่นั้นมันคือประวัติศาสตร์และเรื่องราวต่างๆ มากมาย การจะเป็นนักเล่นนาฬิกาตัวจริงนั้นคุณต้องเข้าใจข้อนี้ การเคารพในฐานะที่มันเป็นของมีประวัติสะท้อนถึงการศึกษาของแต่ละคน ผมพูดเสมอว่าเมื่อคุณมีความรู้เรื่องนาฬิกาข้อมือและศึกษาข้อมูลความเป็นไป คุณจะรู้ซึ้งและเข้าใจมันอย่างแท้จริง”

สิ่งนี้ช่วยอธิบายเพิ่มเติมไปถึงเรื่องของการดูแลรักษาสมบัติชิ้นจิ๋วบนข้อมือของคุณด้วย “เรื่องนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับรถยนต์ กลไกนั้นถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ทำงานทุกวัน ถ้าคุณไม่ได้นำมาใช้บ่อยครั้ง ย่อมต้องหมั่นดูแลอยู่เรื่อยๆ เพื่อให้สมรรถภาพคงทนถาวร” เช่นเดียวกับเรื่องธรรมดาๆ อย่างการวางซึ่งมร.บรูตแต็งย้ำนักย้ำหนาว่าขอให้วางนิ่มๆ ลงบนพื้นผิวนุ่มๆ และอย่าได้ถอดวางลงบนกองเสื้อผ้าของคุณเป็นอันขาด เนื่องจากบ่อยครั้งเรามักจะลืมและฉวยเสื้อผ้าเหล่านั้นจนนาฬิกากระเด็นตกลงกับพื้นเป็นรอยเสียหาย “แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดและง่ายที่สุดด้วยซ้ำไปคือคุณก็แค่ต้องเคารพมันในฐานะของผลงานชิ้นพิเศษ ตอนผมเป็นเด็กมีคนเคยให้นาฬิกาข้อมือเรือนหนื่งกับผม ผมดูแลมันอย่างดีโดยหวังว่ามันจะอยู่กับผมไปตลอดชีวิต และนั่นคือสิ่งที่ผมอยากให้ทุกคนเข้าใจ” มร.ดูบุยส์กล่าวปิดท้าย บทสัมภาษณ์ระหว่างเราสิ้นสุดลงอย่างอิ่มเอม ทั้งยังพิสูจน์ให้เห็นด้วยตรรกะและความเป็นจริง ว่าการกลับมาของมร.โรแชร์ ดูบุยส์นั้นย่อมไม่ใช่เหตุบังเอิญหรือ 'ภาคบังคับ' แต่อย่างใด เพราะเจ้าแห่งวิสัยทัศน์ย่อมสมควรหวนกลับสู่ดินแดนแห่งวิสัยทัศน์ ดุจดังเสือใหญ่หวนสู่ถ้ำของตนเป็นเรื่องธรรมดา